ก่อนจะเล่าเรื่องราวชีวิตของผม ผมขอพูดไว้ก่อนว่าผมไม่ได้ขายของ ไม่ได้โฆษณาใดๆ
ผมเพียงแค่อยากแบ่งปันประสบการณ์จริงของตัวเอง เผื่อว่าเรื่องราวนี้อาจเป็นกำลังใจ หรือเป็นแสงสว่างเล็กๆ ให้ใครบางคนที่กำลังตกอยู่ในช่วงชีวิตที่มืดมนเหมือนที่ผมเคยเป็น
ผมชื่อ สมชาย (เกิดปี พ.ศ. 2517) เกิดและเติบโตในจังหวัดชนบททางภาคอีสานของประเทศไทย พื้นที่ที่ชีวิตเต็มไปด้วยความแร้นแค้น ภัยธรรมชาติ และความยากลำบาก
ตั้งแต่จำความได้ ผมก็ช่วยพ่อแม่ทำไร่ ทำนา แบกฟืน เลี้ยงวัว บ้านมีพี่น้องหลายคน รายได้มีเพียงจากการเกษตร บางมื้อเราก็กินแค่ข้าวกับเกลือเท่านั้น
ชีวิตที่ลำบากตั้งแต่เด็ก ทำให้ผมตั้งใจเรียนอย่างหนัก เพราะเชื่อว่านี่คือทางเดียวที่จะหลุดพ้นจากความจน ในทั้งหมู่บ้าน มีเพียงผมคนเดียวที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ และยังได้รับทุนการศึกษาอีกด้วย
ทุกคนต่างคาดหวังว่า ผมจะต้องประสบความสำเร็จ มีหน้าที่การงานดี เป็นที่พึ่งของครอบครัว
ฉันยังสวมกำไลเส้นนั้นติดตัวตลอดเวลา ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ตาม แม้ในยามนอนหลับหรือขณะอาบน้ำก็ไม่เคยถอดออก ตั้งใจทำงาน และไม่ยอมแพ้ หวังว่าสักวันหนึ่ง ดวงชะตาจะเปลี่ยน และความโชคดีจะเดินเข้ามาหาเอง
ประมาณหนึ่งเดือนหลังจากวันนั้นชีวิตของผมเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด
ประมาณหนึ่งเดือนหลังจากวันนั้น ชีวิตของผมก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างน่าอัศจรรย์ ระหว่างที่ออกไปส่งของอยู่ครั้งหนึ่ง ผมได้พบกับเจ้าของกิจการรายใหญ่คนหนึ่ง เขาเอ่ยปากชวนผมไปทำงานที่ร้านทอง ตอนแรกผมค่อนข้างลังเลและไม่มั่นใจในตัวเอง แต่เมื่อโอกาสเข้ามาแล้ว ผมก็ตัดสินใจคว้ามันไว้ทันที ด้วยความขยันและตั้งใจเรียนรู้อย่างจริงจัง เพียงแค่ 6 เดือน ผมก็ได้รับความไว้วางใจให้ขึ้นเป็นผู้จัดการร้าน สามารถตรวจสอบคุณภาพทองได้ด้วยตัวเอง หลังจากครบ 1 ปี ผมจึงขอแยกออกมาทำร้านของตัวเอง ร้านของผมมีลูกค้าเข้าออกตลอดทั้งวัน แม้แต่ในตอนเช้ามืด ก่อนร้านจะเปิด ยังมีคนมายืนต่อแถวยาวเพื่อรอซื้อทองอย่างไม่ขาดสาย
หลังจากสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ผมย้ายมาที่กรุงเทพฯ เพื่อหางานทำ โดยหวังว่าเมืองหลวงแห่งนี้จะสามารถเปลี่ยนชีวิตของผมได้
ในช่วงแรก ต่อมาผมเป็นฝ่ายชวนเพื่อนสนิทหลายคนมาร่วมหุ้นเปิดร้านกาแฟแห่งหนึ่ง
เงินลงทุนทั้งหมดเป็นเงินหลายล้านบาท รวมถึงเงินเก็บของพ่อแม่ผมที่ผมต้องยืมมาทุ่มลงไปกับกิจการนี้ทั้งหมด ร้านตกแต่งอย่างสวยงาม อบอุ่น และตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมือง ผมรับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการควบตำแหน่งผู้จัดการดูแลกิจการ
ผมตื่นเช้า เปิดร้าน ปิดร้าน และคอยดูแลทุกอย่างด้วยความทุ่มเทเต็มที่ แต่ความเป็นจริงกลับแตกต่างจากที่คิดไว้โดยสิ้นเชิง
แม้ร้านจะดูดีและมีลูกค้าเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ แต่ค่าใช้จ่ายกลับสูงกว่าที่ประเมินไว้ ทั้งค่าเช่า ค่าแรงพนักงาน ค่าใช้จ่ายด้านวัตถุดิบ… รายรับที่เข้ามาไม่เคยเพียงพอสำหรับการแบกรับค่าใช้จ่ายทั้งหมด
เพียงแค่หกเดือนเท่านั้น กำไรขาดทุนรวมกันพุ่งสูงถึง 12 ล้านบาท ผมต้องพึ่งพาเงินกู้นอกระบบเพื่อนำมาหมุนใช้หนี้ แต่ยอดหนี้กลับเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ อย่างควบคุมไม่ได้ จากคนที่เคยเป็นผู้อำนวยการ ผมกลายมาเป็นไรเดอร์
นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ เวลาก็ผ่านไปกว่า 2 ปีแล้ว ผมไม่ใช่คนที่ต้องดิ้นรน หาเช้ากินค่ำ แบกหนี้ท่วมหัวอีกต่อไป หนี้ก้อนใหญ่กว่า 12 ล้านบาท ที่เคยถาโถมเข้ามาในชีวิต ผมสามารถชำระคืนได้ทั้งหมดแล้ว
ปัจจุบัน ผมดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของบริษัทค้าทองแห่งหนึ่ง มีบ้าน มีรถ มีครอบครัวที่อบอุ่น บัญชีเงินฝากมีตัวเลขสิบหลักอยู่เสมอ ผมสร้างบ้านหลังใหม่ที่มั่นคงให้กับพ่อแม่ และนำรายได้ส่วนหนึ่งไปช่วยเหลือ ทำบุญ และทำกิจกรรมสาธารณกุศลในบ้านเกิดของตัวเอง
Nội dung cột [Title]
Nội dung cột [Content]
Nội dung cột [Time]
มีอยู่ช่วงหนึ่ง ผมตกอยู่ในภาวะซึมเศร้า วิตกกังวลอย่างหนัก และเคยคิดถึงการจบชีวิตของตัวเอง เจ้าหนี้ถึงขั้นตามไปถึงบ้านเกิด เพื่อข่มขู่คนในครอบครัวของผม
เพื่อคลายความอึดอัดในใจ ฉันจึงเดินทางไปยังวัดแห่งหนึ่ง (ขออนุญาตไม่เอ่ยนาม) เพื่อจุดธูปขอพรให้ชีวิตสงบและตั้งสติให้กลับมาอีกครั้ง ฉันคุกเข่าอธิษฐานอยู่นาน น้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว ราวกับความทุกข์ทั้งหมดได้พรั่งพรูออกมา บางทีด้วยเหตุนี้เอง เจ้าอาวาสจึงเดินเข้ามาถามไถ่ด้วยความเมตตา และฉันก็ได้ระบายทุกเรื่องราวในใจออกไป เมื่อท่านรับฟังจนเข้าใจ ท่านจึงนำกำไลเส้นหนึ่งมาสวมให้ที่ข้อมือ พร้อมกล่าวกับฉันอย่างแผ่วเบาแต่หนักแน่นว่า
“ตั้งแต่นี้ไป ลูกจงสวมกำไลเส้นนี้ไว้ ไม่ว่าจะเกิดเรื่องใด ห้ามถอดออก มันจะนำพาความโชคดีและความคุ้มครองมาสู่ลูกและครอบครัว”
เมื่อกลับมาถึงบ้าน ฉันจึงมีโอกาสได้มองกำไลเส้นนั้นอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก กำไลทำจากไม้กำยาน เมื่อดมใกล้ๆ จะได้กลิ่นหอมอ่อนๆ อย่างเป็นธรรมชาติ ผิวของกำไลเรียบเนียน สีไม้สว่าง ไม่มีการแกะสลักลวดลายที่ซับซ้อนหรือฉูดฉาด
จุดเด่นของกำไลอยู่ที่แผ่นหยกสีเขียวมรกต ซึ่งมีการแกะสลักอักษรพระพุทธไว้
โชคดีที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตของผม คงหนีไม่พ้นเรื่องการถูกรางวัลลอตเตอรี่ ได้เงินรางวัลจำนวน 60,000 บาท แม้สำหรับใครหลายคนอาจไม่ใช่เงินก้อนใหญ่ แต่สำหรับผมแล้ว ผมรู้สึกขอบคุณและซาบซึ้งใจอย่างมาก ทั้งชีวิตนี้ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ตัวเองจะมีโอกาสถูกรางวัลลอตเตอรี่กับเขาด้วย
สำหรับเรื่องของ กำไลกำยานวาสนา นั้น ถือเป็นความลับทางจิตวิญญาณที่ผมเก็บเงียบไว้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผมไม่ได้เล่าเรื่องราวชีวิตของตัวเองเพื่อโอ้อวดความสำเร็จ แต่อยากแบ่งปันประสบการณ์จริง เผื่อว่า กำไลกำยานวาสนา อาจเป็นแสงสว่างเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ใครบางคนซึ่งกำลังติดอยู่ในวังวนของปัญหา ได้มองเห็นทางออก และมีความหวังขึ้นอีกครั้ง
ขอฝากไว้ว่า กำไลกำยานวาสนา ในปัจจุบันมีวางจำหน่ายอยู่หลายแห่ง และอาจมีของเลียนแบบหรือสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพ ผมขอแนะนำว่า ควรเลือกขอจากแหล่งที่น่าเชื่อถือเท่านั้น ไม่เช่นนั้น อาจไม่ได้ผลอย่างที่ตั้งใจไว้
ด้านล่างนี้คือช่องทางที่ผมใช้ขอ กำไลกำยานวาสนา หากใครสนใจ สามารถติดต่อได้จากลิงก์นี้